วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

"ยิ่งแบ่งปัน ยิ่งเติบโต"

ครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง ทุกๆปีจะมีการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
หลังจากการประกวดชายผู้ที่ชนะเลิศที่หนึ่งเขาทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ ทันที่ที่เขาชนะเขาได้นำเมล็ดพันธ์ที่เพิ่งชนะการประกวดแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันและกล่าวว่า " เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่ " 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง ทุกๆปีจะมีการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
หลังจากการประกวดชายผู้ที่ชนะเลิศที่หนึ่งเขาทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ ทันที่ที่เขาชนะเขาได้นำเมล็ดพันธ์ที่เพิ่งชนะการประกวดแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันและกล่าวว่า " เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่ " 
ในปีต่อมา เขาก็ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดอีก เหมือนปีที่ผ่านมา เขาเดินแจกเมล็ดพันธ์ที่เขาเพิ่งชนะให้กับคนอื่นๆ แล้วบอกว่า " เอาไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่ " ชายผู้นี้ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดติดต่อกันหกครั้ง  และเขาก็แจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะให้ผู้แข่งขันคนอื่นๆทุกปี
จนมีนักข่าวถามเขาว่า "ไม่เป็นการง่ายกว่าหรือ ถ้าเขาเก็บเมล็ดพันธ์ที่ดีโดยไม่แบ่งคนอื่น เขาก็จะได้ชนะง่ายๆทุกปี " เขาตอบว่า " แสดงว่าคุณไม่เข้าใจในการปลูกพืช  คุณเคยได้ยินคำว่า การกลายพันธ์ไหม ถ้าไร่ของผมมีเมล็ดพันธ์ที่ดี บังเอิญไร่ของเพื่อนบ้านมีแต่เมล็ดพันธ์ที่แย่ๆ วันหนึ่ง ลมก็จะพัดเอาเกสรของเมล็ดพันธ์ที่แย่ๆมาตกในไร่ของผม  ทำให้เมล็ดพันธ์ผมแย่ไปด้วย  มันไม่เป็นการดีหรอกหรือ ที่ทุกคนมีเมล็ดพันธ์ดีแล้วถึงตอนนั้นมาแข่งกันว่า ใครขยัน รดนำพรวนดินดีกว่ากัน "  มีคำกล่าวว่า "ถ้าคุณมีเมล็ดพันธ์ความคิดที่ดี คุณเก็บไว้กับตัว ไม่แบ่งปันใคร ถึงวันหนึ่งเมล็ดพันธ์แห่งความคิดนั้น ก็จะตายไปพร้อมคุณ "
    เป็น สิ่งสำคัญในชีวิต ที่ความคิดและความรู้ ยิ่งให้ออกไป เรายิ่งได้รับกลับมาและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนๆนั้นประสบความสำเร็จที่มาก ขึ้นไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคม

ทความที่น่าสนใจ

เทรด Forex ด้วย EA ระบบเทรดอัติโนมัติ (Expert Advisor)

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟังมาจากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง อยากเปิดเซเว่น ต้องใช้เงินเท่าไหร่? กำไรเท่าไหร่? มาดูกันครับ

ฟังเค้ามาอีกที (จากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง) เค้าเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าเปิดเซเว่น (7-11, เซเว่อนอีเลฟเว่น)ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรยังไงบ้างคร่าวๆ เลยเอามาเล่าสูกันฟัง ^ ^ซึ่งเนื้อหาจะไม่ได้แน่นอะไรนะ พิมพ์เฉพาะที่เค้าเล่า

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ขั้นตอนการสมัค Exness

ฟังเค้ามาอีกที (จากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง) เค้าเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าเปิดเซเว่น (7-11, เซเว่อนอีเลฟเว่น)
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรยังไงบ้างคร่าวๆ เลยเอามาเล่าสูกันฟัง ^ ^
ซึ่งเนื้อหาจะไม่ได้แน่นอนไรนะ พิมพ์เฉพาะที่เค้าเล่า

เริ่มต้นเลยเค้าบอกว่า ต้องใช้ Franchise ของทาง CP
และต้องมีงบประมาณ 3,000,000 บาท!! -*-
ซึ่งข่าวเก่าๆนั้น เค้าจะบอกว่า ต้องใช้เงิน 1,500,000 เพื่อเปิดเซเว่น มาได้ยินอีกทีว่า 3,000,000 ... อุ๊แม่เจ้า แพงขึ้นอีกเท่าตัว!!
แล้วค่าไฟค่าน้ำ ก็ต้องจ่ายเองหมด (มันก็แหงล่ะนะ)

ส่วนรายได้นั้น ไม่ได้รวย ไม่ได้รุ่ง อย่างที่หลายๆคนคิด!!
เซเว่นอีเลฟเว่นที่เค้าทำอยู่ เท่าที่ผมใช้บริการ ก็ดูเหมือนจะขายดีนะครับ ซึ่งมันก็จริง ขายดีอยู่ครับ ได้กำไร
โดยกำไรเดือนหนึ่งๆ ที่เหลือมาถึงเจ้าของสาขาที่ซื้อ Franchise คือประมาณ 100,000-200,000 บาท ต่อเดือนครับ (เป็นเซเว่นต่างจังหวัดในตัวอำเภอครับ)
รายได้เท่านี้ ถ้าเป็นพนักงานกินเงินเดือน จัดว่ารุ่งโรจน์สุดยอด
แต่ถ้าเปิดบริการค้าขายระดับเซเว่น คาดว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าได้เยอะกว่านี้แน่ๆ ^ ^"
คือกำไรที่ได้จากการขายของจริงๆน่ะ ไม่ได้แค่แสนสองแสนหรอกครับ
แต่หักค่าไฟค่าน้ำ(ต้องเปิด 24 ชม.) ค่าจ้างพนักงาน ผู้จัดการ ค่าสินค้าที่สูญเสีย(ขโมยเยอะครับ)
แล้วก็ต้องหัก % ให้กับเจ้าของ Franchise อย่าง CP ด้วย
เบ็ดเสร็จก็เลยเหลือแค่นี้ล่ะครับ ^ ^"
...
ถามว่าคุ้มลงทุนไหม? ผมก็ว่าคุ้มนะ แสนสองแสนต่อเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ 2-3 ปีก็คืนทุนแล้ว!!
เพียงแต่ว่าก่อนจะเปิด ต้องดูทำเลจริงๆ ว่าขายดีแน่ๆ สำรวจให้ดีๆ
เพราะคิดง่ายๆ ว่าขายดีปกติๆ ได้แสนสองแสน ถ้าขายไม่ดี ไม่เจ๊งก็เหลือแค่ไม่กี่หมื่น
เซเว่นใช่ว่าจะขายดีทุกสาขานะครับ ไปตั้งทำเลไม่เหมาะ ก็ขายไม่ได้เหมือนกัน

ปล. ตามย่านดังๆอย่างกทม. เช่นแถวๆสีลม บางสาขากำไรก็หลักล้านต่อเดือนครับ

 

ทความที่น่าสนใจ

ฟังเค้ามาอีกที (จากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง) เค้าเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าเปิดเซเว่น (7-11, เซเว่อนอีเลฟเว่น)
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรยังไงบ้างคร่าวๆ เลยเอามาเล่าสูกันฟัง ^ ^
ซึ่งเนื้อหาจะไม่ได้แน่นอะไรนะ พิมพ์เฉพาะที่เค้าเล่า
- See more at: http://journey-trip-review.blogspot.com/2013/07/7-11.html#sthash.xBOWZamB.dpuf
ฟังเค้ามาอีกที (จากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง) เค้าเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าเปิดเซเว่น (7-11, เซเว่อนอีเลฟเว่น)
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรยังไงบ้างคร่าวๆ เลยเอามาเล่าสูกันฟัง ^ ^
ซึ่งเนื้อหาจะไม่ได้แน่นอะไรนะ พิมพ์เฉพาะที่เค้าเล่า
- See more at: http://journey-trip-review.blogspot.com/2013/07/7-11.html#sthash.xBOWZamB.dpuf
ฟังเค้ามาอีกที (จากคนที่เปิดเซเว่นโดยตรง) เค้าเล่าให้ฟังน่ะครับ ว่าเปิดเซเว่น (7-11, เซเว่อนอีเลฟเว่น)
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรยังไงบ้างคร่าวๆ เลยเอามาเล่าสูกันฟัง ^ ^
ซึ่งเนื้อหาจะไม่ได้แน่นอะไรนะ พิมพ์เฉพาะที่เค้าเล่า
- See more at: http://journey-trip-review.blogspot.com/2013/07/7-11.html#sthash.xBOWZamB.dpuf

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มีเงินเท่าไหร่ ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ

งานเสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
โค้ชนิ นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ เจ้าของหนังสือมีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน และ เปลี่ยนชีวิตสู่ความมั่งคั่งด้วยการวางแผนการเงินมาแนะนำคุณผู้ชมด้วยการวาง แผนการเงินอย่างง่าย การวางแผนการเงินเท่าไหร่ ถึงจะมีเงินใช้ยามเกษียณเพียงพอ
โค้ช นิ บอกว่า ด้วยวิวัฒนาการด้านการแพทย์ และสังคมไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้อายุเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 78 ปี ดังนั้นหากเกษียณอายุ 60 ปี นั่นหมายความว่า จะต้องมีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายหลัง 20 ปี ที่ไม่มีรายได้ หรือ งานประจำแล้ว 
ยก ตัวอย่างเช่น หากนาย ก. อายุ 30 ปี ตั้งใจเกษียณอายุที่ 60 ปี และคาดว่าจะมีอายุจนถึง 80 ปี เพื่อใช้ในยามเกษียณ โดยคาดว่าจะใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่นบาท หรือปีละ 2 แสน 4 หมื่นบาท หากคูณ 20 ปี ก็หมายความว่า นาย ก. ต้องมีเงินสำหรับเกษียณอายุ 4 ล้าน 8 แสนบาท ถ้าคุณผู้ชมเห็นตัวเลขนี้แล้วตกใจว่า จะต้องหาเงินหลังเกษียณอายุมากขนาดนี้ 
โค้ช นิ บอกเราว่า มีเรื่องน่าตกใจกว่านี้ เพราะเงินจำนวนนี้ ยังไม่ได้คำนวณเรื่องของเงินเฟ้อ ที่ทำให้มูลค่าของเงินลดลง และโดยเฉลี่ยเงินเฟ้อจะทำให้มูลค่าของเงินลดลง 2.5 เท่า หากต้องการให้เงิน 2 หมื่นบาทเท่ากับอนาคต ก็ต้องมีเงิน 5 หมื่นบาท และหากคำนวณการวางแผนเกษียณอายุนี้ ก็จะต้องมีเงินสำหรับเกษียณอายุที่ 12 ล้านบาท 
ดัง นั้นโค้ชนิ แนะนำคุณผู้ชมให้เริ่มต้นเก็บออมสำหรับวัยเกษียณ เพราะรู้ก่อนก็จะมีระยะเวลา สามารถวางแผน และเพิ่มเงินสำหรับการเก็บออมได้มากขึ้น
ดัง นั้นการวางแผนการเงิน จึงต้องมี 3 ระดับ คือ วางแผนเพื่อสภาพคล่อง สำหรับสำรองการใช้จ่าย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่าย ผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ที่มีสภาพคล่อง เช่น เงินฝาก หรือ กองทุนตราสารเงิน การบริหารความเสี่ยง ผ่านการทำประกันภัยทรัพย์สิน และประกันชีวิต หากเหิกเหตุไม่คาดฝัน และการสะสมความมั่งคั่ง ทั้งการวางแผนภาษี การเกษียณอายุ และทุนการศึกษาในอนาคต สำหรับผู้มีบุตรหลาน รวมทั้งการวางแผนมรดก เพราะไม่ใช่ผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 50 ล้านบาท ที่ต้องเสียภาษีมรดกจึงควรวางแผน ทุกคนก็ควรวางแผนมรดก โดยการเขียนพินัยกรรม หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ค่าของเงิน

งานเสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex



     เงินพาไปไม่ได้เมื่อตาย แต่ขาดเงินรู้สึกเหมือนจะตาย
 

เงินจะซื้อความรักไม่ได้ แต่ความรักจะเสื่อมหายได้เมื่อขาดเงิน
 

เงินไม่สามารถซื้อการนอนหลับได้แต่เมื่อไม่มีเงินนอนไม่หลับ


เงินไม่สามารถซื้อสุขภาพดีได้ แต่เพื่อสุขภาพดีต้องใช้เงิน


เงินไม่สามารถซื้อความเก่งกาจได้แต่ความรู้ได้มาต้องใช้เงิน


คนโง่ดูเหมือนฉลาดเมื่อมีเงิน แต่คนฉลาดดูเหมือนโง่เมื่อไม่มีเงิน
 

เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างแต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องการเงิน


ที่มา : Forward Mail

 

ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ทำไมต้องยอมแพ้ "

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน 
 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคน นั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะ แห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า
ไม่ชอบสังคมและ ล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

                 
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น... ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายาม เป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้ เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ
"นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์"ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

                
----------------------------------------------------------------
ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ ว่า
"เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลัง จะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

                 
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน"หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

                  
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถ ในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคน นั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคน นั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

                
-----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมา ตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุ แล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคน นั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

                
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษา ระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนใน วิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์" ผู้ค้นพบวัคซีนในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า

                 
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอ เพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
แกควร กลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ
"เอลวิส เพรสลีย์"

                 
----------------------------------------------------------------
หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้ กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท
บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จัก กันในนาม "มาริลีนมอนโร" นั่นเอง

                  
-----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อ มา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจ โคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์ รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคน นั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะอภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

               
----------------------------------------------------------------
ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้า คอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบัน คือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคย ถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"

ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่ สาม หรือที่รู้จักกันในนาม
"บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐี อันดับหนึ่งของโลก
ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

              
---------------------------------------------------------------
                       เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้
                   เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
                 แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ ล้มเหลว
               คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก




ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

ออมวันนี้เพื่อชีวิตที่สุขสบายในวันข้างหน้า

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน 
 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
ในระยะนี้จะได้ยินแต่เสียงบ่นถึงข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะ หมู ไข่ และอาหาร ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชนที่รอรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาค่าครองชีพตาม ที่ได้ให้สัญญาไว้ เป็นความยากลำบากต่อผู้ที่มีรายได้น้อยและมีรายได้ประจำนะคะ
   
แต่ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ไม่อยากจะให้ลืมการออมเงินด้วย เงินที่หามาได้ควรกันเงินออมเอาไว้ก่อนเหลือแล้วจึงใช้จ่าย  เพราะถ้าจะให้เหลือจากการใช้จ่ายแล้วจึงออมรับประกันได้ว่ายากจะประสบความสำเร็จได้ การออมเงินนี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อเป็นหลักประกัน ในวันที่เราเจ็บป่วยหรือไม่ได้ทำงาน จะ มากหรือน้อยอยากจะขอให้ออมด้วยนะคะ ตามแต่กำลังของตนเองซึ่งควรยึดเดินทางสายกลางกับการสร้างความสมดุลของการ บริโภคในวันนี้กับการบริโภคในอนาคตที่ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนจนเกินไป ในวันนี้ได้อ่านบทความที่ดีมาก จึงขอคัดลอกส่วนหนึ่งของบทความมาจากหนังสือออมก่อนรวยกว่า ของตลาดหลักทรัพย์ โดยคุณนวพร เรืองสกุล ซึ่งให้ข้อคิดการออมที่ดีมากที่มากสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน  

  
    
เมื่อตั้งใจจะออมเงินกันแล้ว ก็ควรมีเป้าหมายเสียหน่อยว่าเราควรจะออมเงินสักเท่าใดดี ถึงจะมีพอเพียงที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ๆ ในวัยชรา จะออมมากเกินไป ก็คงไม่น่าสบายเท่าใดนัก  ไม่อยากจะเป็นจอมขี้เหนียวมีเท่าใดก็เก็บให้หมด หรือว่าเป็นคนที่เบียดเบียนชีวิตปัจจุบันของตนเอง เพื่อความสบายในอนาคตเสียจนกระทั่งปัจจุบันไร้ความหมายไร้ความสุขหมดความ สบาย
   
การทำอะไรที่ตึงเกินไป ก็มีโอกาสว่าจะท้อถอยแล้วเลิกทำเสียกลางคันแล้วหันมาถือคติที่ว่า ใช้ให้หมด ๆ ไป เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาถึงหรือไม่  ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการจะหย่อนเกินไป เก็บออมไว้น้อยเสียจนกระทั่ง เมื่อถึงวันที่รู้ตัวว่าต้องใช้เงินออม ก็มีเงินไม่พอใช้ เมื่อเทียบกับเพื่อน ๆ ที่เขารู้จักเก็บออม แล้วก็นึกเสียใจและเสียดายว่า รู้เสียอย่างนี้เก็บเงินให้มากกว่านี้อีกหน่อยก็ดี
   
มีเงินต้นเท่าไรจึงจะพอ  มีคนให้สูตรมาว่าจะดูว่าเงินออมน่าจะพอเพียงหรือไม่ ให้ดูว่าตอนนี้มีเงินต้นอยู่สักเท่าใด เงินออมที่ควรจะมีอยู่ในมือแล้ว คือ ร้อยละ 10 ของเงินรายได้ทั้งปีคูณด้วยอายุในขณะนั้นของผู้ออม
   
1/10 X อายุ X รายได้ทั้งปี
   
ผู้อ่านหลายคนอาจจะตกใจว่าเรามีเงินออมน้อยนิดเดียว บางคนก็อาจจะดีใจว่ามีเงินออมมากมายเกินพอไปแล้ว เราต้องอย่าลืมคำนึงถึงด้วยว่า แต่ละคนมีวิธีถือทรัพย์สินที่ต่างกันด้วย  บางคนอาจจะเก็บเงินส่วนใหญ่ไว้ในสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคาร เงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ หุ้น หรือตั๋วสัญญาใช้เงินต่าง ๆ แต่บางคนอาจมีที่ดินหลายแปลง หรือมีเครื่องประดับมีค่ามากมาย ก็ต้องนำทั้งหมดนี้มาคำนึงถึงด้วย
   
ที่จะต้องไม่ลืมคิดเผื่อไว้ก็คือ เงินต่าง ๆ นี้สามารถสร้างรายได้ในอนาคตได้หรือไม่ และสามารถสร้างได้มากน้อยเพียงใด เพราะว่าในอนาคต แต่ละคนอาจจะมีทรัพย์สินมากน้อยเพียงใด นอกจากเงินต้นแล้วก็ต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะเพิ่มพูนขึ้นมาด้วย เช่น
   
มีเงินออมเท่าไรจึงจะพอเพียง
   
ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้คุณควรมีเงินออมเท่าไร เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณของตนเอง มีเงินใช้อย่างสบาย ๆ ในเรื่องนี้มีสูตรที่เป็นสากลและสามารถคำนวณได้ง่าย ๆ คือ
   
1/10 X  อายุ x เงินได้ทั้งปี
   
ตัวอย่างเช่น ถ้าขณะนี้คุณอายุ 25 ปี และได้รับเงินเดือนเดือนละ 10,000 บาท ดังนั้นในเวลานี้คุณควรจะมีเงินออมประมาณ 300,000 บาท (1/10  x 25 x 10,000 x 12)
   
หากใครยังมีเงินออมน้อยกว่าที่คำนวณได้ควรต้องรีบออมเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่สุขสบายในวันข้างหน้าค่ะ.



ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

"10 ปี 7 ครั้ง"

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน  อ่านแล้วชอบ จึงนำมา แบ่งปัน !!!"10 ปี 7 ครั้ง"ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสักกี่ครั้งกัน"ชอบประโยคนี้มากมันจริงอย่างยิ่งถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปีเราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง1. สิบปีแรก..หมดไปกับ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

อ่านแล้วชอบ จึงนำมา แบ่งปัน !!!
"10 ปี 7 ครั้ง"
...................
ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสัก
กี่ครั้งกัน"
ชอบประโยคนี้มาก
มันจริงอย่างยิ่ง
ถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปี
เราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง
1. สิบปีแรก..หมดไปกับ
ความไร้เดียงสา
2. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การศึกษาเล่าเรียน
3. สิบปีต่อมา.หมดไปกับ
การทำงานและการใช้ชีวิต
4. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การสร้างฐานะ สร้างครอบครัว
5. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การลงหลักปักฐาน รักษาสิ่งที่หามา.
6.สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การดูแลรักษาสุขภาพ
กาย-ใจให้แข็งแรง
7. สิบปีสุดท้าย..หมดไปกับ
การปล่อยวางทุกสิ่ง รอคอยการกลับบ้าน
แต่ละสิบปีผ่านไป...
ไวเหมือนโกหก
อีกไม่นานปีนี้ก็จะผ่านไป
มีอะไรที่เราทำไปแล้วมาก
มาย และก็ยังมีอะไรอีก
มากมายที่เรายังไม่ได้ทำ
** เวลา คือ หน่วยเงิน
ในกำมือของเราที่เอาไป
แลกสิ่งอื่น
-เราเอาเวลาไปแลกงาน
-เราเอางานไปแลกเงิน
-แต่เราก็ไม่เคยเอาเงิน
ไปแลกเวลาคืนกลับมา
ได้สักที
ถ้า 'ธนาคารเวลา' มีจริง
เราก็ไม่เคยมีสมุดบัญชี
สักเล่มที่จะให้เราดูได้..ว่า
ตอนนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่?
** เรารู้ว่าเราใช้ "สิบปี"
ของเราไปกี่ครั้งแล้ว
แต่เราไม่อาจรู้ว่า...
เราจะใช้ "สิบปี" ที่เหลือ
ของเราได้ครบมั้ย?
แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ
เราใช้เวลาสิบปีของเราไป
คุ้มค่าหรือเปล่า?
เมื่อเราหันหลังกลับมา
ขอให้พูดได้เต็มปากว่า
เราใช้มันไปอย่างไม่น่า
เสียดาย
ชี วิ ต ค น เ ร า จ ะ มี
"สิ บ ปี"
สั ก กี่ ค รั้ ง กั น?
ใช้สิบปี เจ็ดครั้งของเรา
ใ ห้ คุ้ ม ค่า ่
กับสิบปีปัจจุบันของท่าน
Suksri เขียนดีมาก อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง...
สรุป: ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ
- ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง
- ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ
- ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง
- มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน
- มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน
- ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน
- ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง
- ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน
หมั่นเตือนตน: ชีวิตนี้สั้นนัก
หากเวลาของคุณยังมีเหลือเฟือ ส่งต่อข้อความเหล่านี้ต่อให้เพื่อนของคุณ ให้เพื่อนได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้ใส่ใจตัวเองบ้าง
ดังนั้น
- อยากกิน...กิน
- อยากเที่ยว....เที่ยว
- เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้
- สุขสบายทุกเพลา
- เวลาที่ยังจับมือไหว
ให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์
- เวลาที่ยังกอดไหว
ให้โอบกอดให้ชื่นใจ
- ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง เพื่อนที่ดีต่อไป
- เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่าได้โกรธกันง่ายๆ

ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

เจาะกลยุทธ์ธุรกิจ OLX เร่งสร้างแบรนด์ย้ำของฟรีก็มีในโลก

 งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน 
สัมภาษณ์
จาก "สนุกคลาสซิฟาย" สู่ "ดีลฟิช" เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ล่าสุดกับชื่อใหม่เอี่ยม "OLX.co.th" โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือ การเป็นพื้นที่กลางบนโลกออนไลน์สำหรับให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายใช้บริการฟรี และน่าจะเป็นเว็บแรก ๆ ที่ทุ่มเงินไปกับการโปรโมตเว็บไซต์แบบปูพรมครบเครื่องทั้งสื่อใหม่สื่อเก่าครบเครื่อง (ทั้งออนไลน์, โทรทัศน์ และวิทยุ) เต็มรูปแบบ ชนิดที่ไม่เคยมีเว็บไหนในบ้านเราทำมาก่อน

เรียกว่า "ใจถึง-เงินถึง" และ "ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้มีโอกาสพูดคุยกับ "ทิวา ยอร์ค" ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ และตำแหน่งในนามบัตรของเขา คือ Head Coach ของ OLX ดังต่อไปนี้

- เพิ่งมีการรีแบรนด์อีกครั้ง

OLX มีใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก แต่ในประเทศไทยเพิ่งเปลี่ยนเป็นกลุ่มท้าย ๆ แล้ว บริษัทแม่ Naspers ต้องการให้เป็นโกลบอลแบรนด์เพื่อสื่อสารกับตลาดได้ง่ายขึ้น แต่ให้ OLX ในแต่ละประเทศยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างในไทย กลุ่มพระเครื่องได้รับความนิยมมาก ทีมงานในไทยพัฒนาระบบเอง มีคนประกาศขายอยู่ 5 ล้านราย มีคนเข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 400% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เทียบประเทศอื่น แหล่งซื้อขายแบบนี้จะเข้าถึง 80-90% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศนั้น ๆ เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน และติด 1 ใน 5 ของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในประเทศนั้น แต่ในบ้านเรา OLX อยู่อันดับ 10 แต่เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มออนไลน์มาร์เก็ตเพลส

- ไม่ใช่อีมาร์เก็ตเพลส
คอนเซ็ปต์ของเราคือ Local Commerce โมเดลแบบนี้ในต่างประเทศเวิร์ก และทำประโยชน์ให้คนไทยด้วยเน้นเป็นพื้นที่ขายสินค้ามือ 2, สินค้าแฮนด์เมด และของหายาก เป็นตลาดเฉพาะที่เน้นการนำสิ่งของรอบตัวมาขาย เป้าหมายคือให้คนไทย 1 คน เข้ามาขายของบน OLX อย่างน้อย 1 ชิ้น โอกาสที่จะขายได้ขึ้นอยู่กับสินค้า ถ้าเอารถมาประกาศขายภายใน 10 วันแล้วยังขายไม่ได้แสดงว่า ตั้งราคาไม่ OK

เราไม่ต้องการขยับเป็นอีมาร์เก็ตเพลส แม้ว่าอาจจะทำให้หารายได้ได้มากกว่า เพราะโมเดลการหารายได้ของ OLX ในต่างประเทศพิสูจน์มาแล้วว่าทำรายได้ดีเหมือนกัน และเราก็เชื่อว่า เราอยากทำในสิ่งที่ทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น สามารถมีพื้นที่มีแหล่งขายของใกล้ตัวได้ สร้างพื้นที่ตรงกลางให้คนเอาของที่ไม่ได้ใช้มาขายได้

อีมาร์เก็ตเพลสทั่ว ๆ ไปจะเป็น B2C คือ บิสซิเนสไปยังคอนซูเมอร์ แต่ละรายถ้าเปิดร้านขายแล้วก็จะไปกระจายประกาศขายในทุกที่ สุดท้ายก็แข่งที่ราคา คนผลิตสินค้าแฮนด์เมดไปสู้ที่ราคาไม่ได้ แต่กลุ่มนี้มาลงที่ OLX ได้ คือเราเน้นที่ C2C ไม่ใช่ B2C ของที่แปลกที่สุดที่มีการนำมาประกาศขาย มีตั้งแต่รกแมว, บริการจัดงานศพให้สัตว์เลี้ยง ของที่ประกาศขายแล้วมีคนซื้อเร็วที่สุด คือกระเป๋ามือสอง แค่ 25 นาที

- รายได้ของเว็บจะมาจาก
รายได้จากการขายพื้นที่ในตำแหน่งพิเศษ และโฆษณา OLX ประเทศอื่นอาจใช้เวลา 4-6 ปี ถึงจะมีรายได้ ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในการขายของมือสองอย่างไร อย่างในอเมริกามี Garage Sale เอาของไม่ใช้มาวางขายหน้าบ้านเลย แต่คนไทยไม่มีแบบนี้ อาจมีแค่บางกลุ่มที่เอาของไปเปิดท้ายขาย OLX จะช่วยทำให้การขายแบบนี้ง่ายขึ้น ความท้าทายของเราคือ ต้องทำให้เขาลุกขึ้นมาขายของชิ้นแรกให้ได้ก่อน คนไทยจะกังวลว่า ของแบบนี้จะขายได้หรือ พอเริ่มขายได้ชิ้นแรกจะเริ่มค้นหาของมาขายต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ

- ในไทยจะเริ่มมีรายได้เมื่อไหร่
จากฐานลูกค้า ณ เวลานี้ หากจะเปิดหารายได้เลยก็ทำได้ แต่จะไม่เพิ่ม value ให้ผู้ใช้ของเราจึงโฟกัสไปที่การสร้างระบบใช้งานให้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้นดีกว่า ถ้าฐานแน่นแล้วก็จะสามารถเพิ่มส่วนที่หารายได้เข้าไปทีหลังได้ ยังไม่มีแผนว่าจะเริ่มเมื่อใด หรือต้องถึงจุดไหนก่อนถึงจะเริ่มหารายได้

ตั้งแต่เปิดเมื่อ 20 ก.ย. 2554 มีคนถามเราตลอด แต่ไม่เห็นถามคำถามนี้กับ IG (อินสตาแกรม) เลย โมเดล OLX อาจแปลกสำหรับคนไทย แต่เป็นเรื่องปกติในต่างประเทศ แนวคิดของคนไทยคือ ลงทุนแบบนี้เมื่อไรจะมีรายได้เข้ามา ทั้งที่อินสตาแกรมยังไม่มีรายได้สักสลึง เฟซบุ๊กกว่าจะมีรายได้ ก็ 4 ปีไปแล้ว กูเกิลใช้เวลา 6 ปี

ฉะนั้นรายได้ไม่สำคัญเท่าจะทำบริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้ ตอนนี้ถือเป็นช่วงการลงทุน เพื่อให้ได้สเกลผู้ใช้ก่อน

แล้วที่คนสงสัยว่า OLX จะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีรายได้ เรามีแหล่งทุนจาก Naspers ที่เป็นบริษัทแม่ซึ่งเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่เคปทาวน์ คนไทยอาจไม่คุ้นชื่อ Naspers บริษัทที่ถือใน MWeb ถือในเทนเซ็นต์ของจีน

- เป็นโมเดลธุรกิจแบบใหม่
เชื่อว่าจะได้เห็นโมเดลแบบนี้ในไทยมากขึ้น จากบรรดาสตาร์ตอัพในไทยที่มากขึ้น หลังเริ่มมีสตาร์ตอัพรุ่นใหม่เมื่อ 2 ปีก่อนที่จะเริ่มตั้งบริษัทแล้ววิ่งออกไปนายทุนข้างนอกมากขึ้น ถ้ามองไปในประเทศที่อยู่รอบข้างเรา อย่างเวียดนาม นักลงทุนต่างประเทศเข้าไปเยอะมาก ตอนนี้กระโดดมาที่อินโดนีเซียแทน จากที่เมื่อ 5 ปีก่อนแทบหาคนที่ทำงานในแวดวงอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย ตอนนี้มีเยอะแยะ กลับมามองที่ไทยต้องบอกว่า เงียบมากนักลงทุนไม่กล้าเข้ามา ปัญหา Eco System ของเราเองที่มีสตาร์ตอัพน้อยมาก มีนักลงทุนสนใจอยากเข้ามา แต่หาบริษัทจะลงทุนด้วยไม่ได้

- ปัญหาสตาร์ตอัพไทย
สตาร์ตอัพบ้านเรา คือคนรุ่นใหม่ยังไม่ค่อยก้าวเข้ามาในวงการนี้ และยังไม่สลัดแนวคิด สไตล์การทำงานแบบเดิม ๆ ว่าถ้าตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วต้องเป็นของฉัน

ยังยึดติดว่าธุรกิจของฉัน ๆ ต้องควบคุมมันได้ทุกอย่าง แต่ถ้าคุณต้องการให้บริษัทเติบโต ต้องการผู้ร่วมทุนก็ต้องยอมที่จะขายหุ้นบางส่วนออกไป

สตาร์ตอัพในต่างประเทศไม่สนใจเรื่องอำนาจบริหารอำนาจการควบคุมกิจการ กิจการ เหมือน Baby ที่ต้องการให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ที่สำคัญคือ สถานการณ์การเมืองไทยทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยในการลงทุน ถ้าเทียบกับข้างบ้านเรา อินโดนีเซีย การเมืองนิ่งมานานก็จะกล้าลงทุนมากขึ้น

- Naspers ยังลงทุนในไทย
ลงทุนในไทยมานาน และเชื่อมั่นตลาดไทย ที่ผ่านมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาใต้ ยุโรปตะวันออก

- ความท้าทายในตลาดไทย


พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ต้องบอกว่าเรามี 2 ประเทศ ในประเทศเดียว คือ มีประเทศกรุงเทพฯกับประเทศต่างจังหวัด ซึ่งผู้บริโภคมีพฤติกรรมต่างกันเลย

เรามีทราฟฟิกมาจากกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดอย่างละครึ่ง ผู้บริโภคในกรุงเทพฯออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนแต่อัตราการเติบโตของทราฟฟิกที่มาจากต่างจังหวัดก็เยอะมาก

เป้าหมายในการทำตลาดของเรา คงเน้นให้มีลูกค้ากระจายไปทั่ว ๆ ตามสัดส่วนของประชากรทั้งประเทศ ให้ไปถึงชีวิตคนไทยจริง ๆ ทราฟฟิกของเราตอนนี้

อันดับ 1 คือ กรุงเทพฯและปริมณฑล เชียงใหม่ โคราช อยุธยา สงขลา ระยอง

ช่องทางใช้งานก็เปลี่ยนไปจากยอดผู้ใช้ผ่านโมบายที่มีราว 18% ปีที่แล้ว ตอนนี้เพิ่มเป็น 51% ก้าวกระโดดไปไกลเกินกว่าจะคาดเดาได้ จริง ๆ สถิติที่เห็นในตลาดโลก

พบว่า การเข้าเว็บผ่านโมบายจะแซงหน้าพีซีเกือบทุกเว็บในครึ่งปีแรกของปีนี้

อัตราการเติบโตของคนเข้าเว็บ OLX ถ้าจะไปได้เร็วพร้อมการเพิ่มขึ้นของอัตราคนใช้เน็ตในไทย ขณะนี้คนเข้า OLX ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประชากรคนใช้เน็ต ปีที่แล้วเพิ่ม 400% ตอนนี้ไม่สามารถคาดเดาได้จากที่ใช้ผ่านโมบาย 51% สิ้นปีถึง 70%

- ปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือ
ต้องพัฒนาหน้าเว็บกับแอปพลิเคชั่นให้รับกับแต่ละอุปกรณ์ ต้องแยกชัดเจนว่าสำหรับเดสก์ทอป โมบาย แท็บเลต ปีนี้จะมีแอปสำหรับแท็บเลตโดยเฉพาะ เพราะถึงเป็นสมาร์ทดีไวซ์เหมือนกัน แต่การใช้งานไม่เหมือนกัน โมบายอยู่ติดกับตัวตลอด หน้าจอเล็ก วิธีการใช้ก็แบบหนึ่ง ถ้าเป็นแท็บเลตการใช้ส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านค่อย ๆ เปิดดูไปเรื่อยๆ หน้าจอใหญ่กว่าการนำทางไปยังจุดเชื่อมต่ออื่นง่ายกว่าโมบายที่จอเล็กกว่า

และจะปูพรมโฆษณาออนไลน์กับทีวีซีนไปให้ทั่วแล้วส่งทีมงานเข้าไปลง พื้นที่ตั้งบูทตามต่างจังหวัดเพื่อคุยกับลูกค้าฟังฟีดแบ็กและให้ลูกค้าได้ ทดลองใช้ เป็นกิจกรรมที่เพิ่งเริ่มทำในปีนี้ ตั้งใจว่าจะไปให้ถึง 10 จังหวัด แต่คงไม่ถึงขั้นจัด Workshop เพราะไม่ได้เน้นนักขายมืออาชีพ แต่ต้องการให้ทุกคนลุกขึ้นมาขายบน OLX ได้

เป้าหมายคือ ใช้งานให้ง่ายที่สุด

อาม่าเปิดหาซื้อของได้ กดถ่ายรูปส่งของมาวางขายได้เองลูกหลานไม่ต้องช่วย นั่นแสดงว่า เราใช่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น

- ปัญหาเศรษฐกิจมีผลกระทบ


เท่าที่เจอมาทั่วโลก ยิ่งเศรษฐกิจแย่ คนยิ่งอยากปล่อยของในบ้านออกมา ส่วนมูลค่าตลาดซื้อขายออนไลน์ในไทยประเมินได้ยาก

ในส่วนอีคลาสซิฟาย OLX มีมาร์เก็ตแชร์ 90% ลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มวัยที่เริ่มมีสมบัติและต้องการพื้นที่แลกเปลี่ยนของ คู่แข่งมีบ้างแต่ไม่ค่อยได้สนใจที่สนใจมากกว่าคือการสร้างบริการให้ตรงใจ พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาได้ล่วงหน้าถ้าใครคิดได้ก่อนจะ รวยก่อน

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

10 วิธีในการคิดต่างตามแบบแอปเปิล

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน  จากความสำเร็จของบริษัทแอปเปิล ทำให้หลายฝ่ายสงสัยและต้องการทราบว่า เบื้องหลังความสำเร็จและแนวคิดในแบบแอปเปิลนั้นเป็นอย่างไร  
ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

   จากความสำเร็จของบริษัทแอปเปิล ทำให้หลายฝ่ายสงสัยและต้องการทราบว่า เบื้องหลังความสำเร็จและแนวคิดในแบบแอปเปิลนั้นเป็นอย่างไร
วันนี้เรามี 10 วิธีในการคิดต่างตามแบบแอปเปิล ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ที่ทำให้แอปเปิลพัฒนามาจนถึงวันนี้
เป็นที่รู้กันว่า พนักงานของบริษัทแอปเปิลตั้งแต่เริ่มทำงานมาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาถูกปลูกฝังด้วยคำว่า Think Different หรือ คิดต่าง ซึ่งแม้ว่าคำๆนี้จะมีลักษณะที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม และปฏิบัติตามได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าพนักงานของแอปเปิลทุกคนจะเรียนรู้ และปฏิบัติตามได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมา ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า การคิดต่างในแบบแอปเปิลนั้น ได้ทำให้บริษัทก้าวมาไกลเพียงใด
สตี ฟ โทบัก ที่ปรึกษา นักเขียน และผู้บริหารระดับอาวุโสของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังของสหรัฐฯ ที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 20 ปี ได้ทำการศึกษาบุคคลที่ร่วมงานกับแอปเปิล  ที่เขาเปรียบเทียบว่า วัฒนธรรมแบบแอปเปิลเหมือนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของบริษัทในสหรัฐฯ เพราะแอปเปิลได้ฉีกทุกกฎที่ทุกคนเคยทำไว้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโทบักได้ข้อสรุปออกมาเป็น 10 วิธีที่คิดต่างในแบบแอปเปิล ที่ทำให้บริษัทนี้ โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆ และพลิกฟื้นจากบริษัทที่ใกล้ล้มละลาย มาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงเป็นอันดับสองของโลก ดังนี้
1. เสริมสร้างให้พนักงานคิดต่าง  พนักงานคนหนึ่งของแอปเปิลกล่าวว่า สตีฟ จ็อบส์มักจะพูดเสมอว่าเราต้องทำสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น และเขาเชื่อว่าพวกเราทำได้
2. สิ่งที่สำคัญคือการให้คุณค่า อย่าใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย  พนักงาน ของแอปเปิลทุกคนเห็นว่าออฟฟิศเป็นสถานที่ที่สนุกที่จะทำงาน ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่กันอย่างไร้กฎระเบียบ ใครจะทำอะไรก็ได้ แต่ว่างานต้องเสร็จเรียบร้อย ซึ่งโทบักเคยเข้าประชุมร่วมกับผู้บริหารของแอปเปิล ที่มาร่วมประชุมด้วยเท้าเปล่า ที่น่าแปลกก็คือไม่มีใครสังเกตเห็นซะด้วยซ้ำ
3. รักและใส่ใจกับผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ
4. ทำทุกสิ่งที่สำคัญ และทำจากใจ โทบักต้องข้อสังเกตว่า การบริหารงานของแอปเปิลนั้นจะไม่มีการแยกฝ่ายกันอย่างชัดเจน ทุกอย่างต้องทำภายใต้การรับผิดชอบร่วมกัน
5. ดูแลการตลาดอย่างใกล้ชิด จ็อบส์ ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดเป็นอย่างมาก โดยแอปเปิลจะไม่มีการจ้างบริษัทอื่นเพื่อมาทำการวิจัยทางการตลาด แต่พวกเขามีทีมเป็นของตัวเองในการรับผิดชอบเรื่องนี้
6. ควบคุมสาส์นที่จะสื่อออกไปถึงผู้บริโภค ซึ่งแอปเปิลจะมีวิธีการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการประชาสัมพันธ์บริษัทที่แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
7. สิ่งเล็กๆน้อยๆก็อาจสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้  พนักงานของแอปเปิลรู้ซึ้งถึงแนวคิดนี้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ระหว่างการเปิดตัวไอโฟน 4 ซึ่งเป็นช่วงที่พนักงานทุกคนทำงานอย่างหนัก ผู้บริหารก็สั่งอาหารอย่างดีมาให้ บางสาขาถึงกับลงทุนจ้างพนักงานนวดมาเพื่อนวดคลายเส้นให้แก่พนักงานของแอ ปเปิลโดยเฉพาะ
8. อย่าปล่อยให้คนทำงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปล่อยให้พวกเขาทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ  จ็อบส์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า หน้าที่หลักของเขาคือทำยังไงให้พนักงานทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคำตอบก็คือ เขาจะต้องคอยผลักดันให้พนักงานทุกคนก้าวหน้า
9. เมื่อคุณค้นพบว่าสิ่งนั้นทำแล้วได้ผล จงทำต่อไปเรื่อยๆ  แอปเปิลเป็นบริษัทที่ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด และพัฒนาจนสิ่งนั้นๆล้ำหน้ากว่าคนอื่น
10. การคิดต่าง จ็อบส์ เคยกล่าวไว้ในงานวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดว่า อย่าปล่อยให้เสียงหรือความคิดของคนอื่น ดังกว่าเสียงหรือความคิดของตัวคุณเอง ดังนั้น ไม่ว่าสิ่งที่คุณคิดจะแตกต่างจากคนอื่นแค่ไหน จงเชื่อมั่นและทำต่อไป

 

ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

ข้อปฏิบัติ 10 ข้อ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพภายใน

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน  
      ข้อปฏิบัติ 10 ข้อ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพภายใน

1 หัดคิดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีแต่สิ่งที่เป็นไปได้
2 หัดฝัน แล้วเราจะรู้ว่าโลกนี้น่าอยู่
3 หัดพูดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีคนอีกมากมายที่รักเรา
4 ลองเขย่งดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเรายังสูงขึ้นอีก
5 ลองทำบ้าดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าคนอื่นก็กลัวเราเป็นเหมือนกัน
6 ลองทนดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเรามีความอดทนยิ่งกว่าใครๆ
7 หัดฟาดฟันกับอุปสรรคดูสิ  แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่เข้มแข็ง
8 ลองออกกำลังกายทุกวันดูสิ   แล้วเราจะรู้ว่าเราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง
9 หัดยิ้มดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่น่ารัก
10 ลองคิดใหญ่ดูสิแล้วเราก็จะรู้ว่าเรามีความฮึกเหิมอย่างน่าแปลกใจ

ที่มา  : http://www.thaireaderclub.com

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

จดหมายของพ่อ

งาน เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์ ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม  รายได้เสริมหลังเลิกงาน  
วีดีโอนี้ คุณโทรหาพ่อแม่ครั้งสุดท้าย เมื่อไหร่ คุณอาจจะไม่รู้ว่าพ่อแม่รู้สึกอย่างไร จนกว่าจะได้ชมวีดีโอนี้ "จดหมายจากพ่อ"

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
พ่อของผมเป็นคนดุ เสียงดังและมักจะอารมณ์เสียกับเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ เมื่อผมยังเป็นเด็กวัยรุ่น ผมไม่เคยเข้าใจกับคำสั่งของพ่อเลย บางอย่างมันก็เป็นเรื่อง ที่ฝืนความรู้สึกของผมโดยสิ้นเชิง การไปเตะฟุตบอลแล้วกลับบ้านค่ำ เหมือนเพื่อนคนอื่นไม่ถูกต้องนัก ในสายตาของพ่อ ผมต้องกลับมาช่วยงานที่บ้านทุกวัน บางครั้งผมก็คิดว่าพ่อไม่เคยเข้าใจผมเลย ไม่ได้รักผมเลยแม้แต่นิดเดียว
เดือน ธันวาคมของทุกปี โรงเรียนของผมมีการจัดงานวันพ่อ โดยมากจะมีการจัดบอร์ดเกี่ยวกับในหลวง แต่ปีนี้มีอะไรที่พิเศษกว่า อาจารย์ให้พวกเราเขียนการ์ดวันพ่อ การ์ดจะต้องถูกทำขึ้นเองและให้อาจารย์ตรวจก่อนส่งทางไปรษณีย์ไปที่บ้านของ แต่ละคน สำหรับผมแล้วเรื่องการ์ดนี้ไม่ได้มีความสำคัญไปมากกว่า การได้เตะฟุตบอล หรือว่าเตะตะกร้อ กับเพื่อนเลย มันออกจะเป็นความกระดากอายด้วยซ้ำ ที่จะต้องเขียนการ์ดอวยพรให้กับพ่อ หลายวันนั้นผมทำอะไรหลายอย่างกว่าจะได้ทำการ์ด ก็เป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะส่งการ์ดสีฟ้า ทำมาจากกระดาษแข็งที่เหลือมาจากจัดบอร์ดที่โรงเรียน ลายขลิบสีทองข้างๆผมก็ได้มาจากหมวกวันปีใหม่เก่าๆของน้อง ผมเขียนข้อความลงไปว่า ขอให้พ่อมีความสุขและหายป่วยจากโรคที่เป็นอยู่
ผม คิดว่าถ้าผมเป็นอาจารย์ไอ้การ์ดใบนี้คงได้คะแนนไม่เกินห้าจากเต็มสิบแน่ๆ  สองวันต่อมาผมกะว่าการ์ดจะต้องถูกส่งมาถึงที่บ้าน ทุกเย็นเมื่อกลับถึงบ้านผมจะรีบไปที่ตู้ไปรษณีย์เพื่อที่จะเก็บการ์ดของผม ก่อนพ่อจะได้รับมัน หลายวันต่อมาผมก็ไม่เห็นมีการ์ดส่งมาที่บ้าน แล้วผมก็ลืมเรื่องนี้ไป วันหนึ่งพ่อใช้ให้ผมไปหยิบของที่โต๊ะบัญชี เมื่อไขล็อคกุญแจและดึงลิ้นชักออกมา ผมพบการ์ดใบนั้นวางอยู่ ผมไม่รู้ว่าพ่ออ่านมันรึยัง ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือเจ้าการ์ดใบนี้คือสิ่งที่ไม่น่าเก็บไว้ มันไม่ได้ทำมาจากความตั้งใจของผมเลยมันน่าจะหายไป  แต่ ว่าผมก็ยังไม่อยากจะทิ้งมันไปเลยนำมันซ่อนไว้ในลิ้นชักข้างๆกัน ต่อมาเมื่อผมเปิดลิ้นชักอีกครั้งก็พบการ์ดใบนี้วางอยู่เสมอ คราวนี้ทุกครั้งที่ผมเจอมันผมจะนำมันไปเก็บไว้ที่อื่นเสมอ และไม่ว่ากี่ครั้งที่ผมเปิดลิ้นชักเดิมก็จะพบว่ามันอยู่ที่เดิมเสมอ ครั้งสุดท้ายที่ผมพบมัน ผมเก็บมันไว้ในที่ที่คิดว่าจะไม่เจอมันอีกเลย และ เรื่องนี้พ่อกับผมไม่เคยพูดถึงมันเลย
จาก นั้นไม่นานพ่อก็จากไปด้วยโรคประจำตัว ห้องของพ่อเหมือนกับถูกปิดตาย ไม่มีธุระจำเป็นจริงๆหรือว่าทำความสะอาด ก็จะไม่มีคนเข้าไปในห้องนั้นเลย ผมเข้ามาเรียนต่อในที่ใหม่มีเรื่องใหม่ ให้พบให้เจอทุกวัน ความทรงจำหลายอย่างเกี่ยวกับพ่อก็จางหายไป....
จน วันหนึ่งผมเจอปัญหา ในหัวของผมมีแต่เรื่องสับสน อยากหนีปัญหาไปไกลๆไม่อยากเจอแม้แต่ผู้คน ผมกลับมาที่บ้านไขกุญแจห้องพ่อแล้วเข้าไปในนั้น ที่ห้องของพ่อทุกอย่างยังเหมือนเดิม ข้าวของทุกชิ้นยังอยู่ครบเหมือนครั้งที่พ่อยังอยู่ ในห้องเงียบมากผมได้ยิน แม้แต่เสียงหัวใจของตัวเอง ผมเดินไปที่โต๊ะบัญชีที่พ่อมักจะนั่งอยู่ที่นั่นเสมอ ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าพ่อยังอยู่พ่อจะทำอย่างไร จะแนะนำผมอย่างไร แล้วจะช่วยผมแก้ปัญหาอย่างไร ทันใดนั้นผมคิดถึงเรื่องเก่าๆเรื่องนึงขึ้นมา ผมรีบเอากุญแจไขลิ้นชักโต๊ะบัญชี ด้วยความหวังว่ามันจะยังอยู่ เมื่อเปิดลิ้นชักผมก็พบมัน การ์ดสีฟ้าขลิบทองยังดูโดดเด่นอยู่ลิ้นชักของพ่อ มันยังอยู่ ที่เดิมเหมือนทุกครั้ง

  ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าพ่อรักผมมากขนาดไหน
   ทุกครั้งที่การ์ดใบนี้หายไปพ่อจะหามันแล้วนำมันมาเก็บไว้ที่เดิม
  ไม่ว่ามันการ์ดที่ไม่มีราคาค่างวดใดๆและแทบจะหาความสวยงามใดๆไม่ได้เลย พ่อก็เก็บมันไว้เสมอ และ
  สิ่งที่พ่อสอนผมด้วยการกระทำมันมากกว่าคำพูดทั้งหมด
  พ่อสอนให้ผมมีความรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง
  ให้มีความอดทนและไม่ท้อแท้กับปัญหาใดใด
   เหมือนพ่อเคยเจอเสมอและผ่านมาได้ทุกครั้ง

ผม รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าปัญหาที่ผมเจอตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย กำลังใจจากการ์ดใบนั้นเหมือน จะค่อยๆแผ่ซ่านจากมือเข้ามาสู่หัวใจผม ในใจของผมรู้สึกอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดเหมือนกับพ่ออยู่ในนั้น ผมวางการ์ดเก็บไว้ที่ลิ้นชักตามเดิมและออกมาจากห้องของพ่อด้วยความรู้สึกที่ แตกต่าง กับเมื่อตอนที่เข้ามา ก่อนประตูจะปิดลงผมบอกออกไปด้วยความรู้สึกที่พ่อก็มีให้ผมมาตลอดว่า "พ่อครับ ผมรักพ่อ "
  อ้นลูกรัก

จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นก่อนที่พ่อจะจากโลกนี้ไป หวังว่าเมื่อลูกได้อ่านแล้ว จะได้ข้อคิดเพื่อนำไปปฏิบัติในอนาคต เพื่อที่ลูกจะได้ไม่ทำผิดซ้ำกับที่พ่อเคยทำมาแล้ว การ์ด ที่ลูกเขียนให้พ่อนั้น เป็นการ์ดอวยพรที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของพ่อ พ่อจึงเก็บมันไว้ในลิ้นชักใกล้ตัว และล็อกกุญแจไว้ เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีใครเอาการ์ดใบนี้ไปจากพ่อ และเพื่อจะได้หยิบขึ้นมาเชยชมทุกครั้งที่พ่อคิดถึงลูก
ครั้ง แรกที่ลูกนำการ์ดไปซ่อนนั้น พ่อตกใจแทบแย่ นึกว่าตัวเองแก่จนหลงลืมเอาการ์ดไปวางไว้ที่อื่น จนพ่อเจอมันที่ลิ้นชักข้าง ๆ ก็เลยโล่งใจและพ่อก็เข้าใจไปเองว่าลูกคงต้องการจะบอกอะไรกับพ่อโดยไม่ใช้คำ พูด ในครั้งต่อ ๆ มาลูกได้นำการ์ดนั้นไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าบ้าง ในตู้โชว์บ้าง พ่อก็อุตสาห์ตามหามันจนเจอ พ่อรู้สึกว่า เป็นเกมส์แรกในรอบยี่สิบปีที่พ่อได้เล่นกับลูกอย่างสนุกสนาน มันทำให้พ่อนึกถึงวันวานเก่า ๆ ของเราที่เคยเล่นฟุตบอลด้วยกันที่สนามหญ้าข้างบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าคืนวันจะผันผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างนี้ พ่อโกรธตัวเองที่ไม่มีเวลาเล่นกับอ้นอย่างที่ใจต้องการ ตอนที่ลูกเล่นฟุตบอลกับเพื่อนจนกลับบ้านดึกนั้น พ่อรู้สึก เจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถเป็นเพื่อนเล่นของลูกได้ แม่เคยบอกให้พ่อชวนลูกเล่นฟุตบอลด้วยกันเหมือนแต่ก่อน แต่พ่อคิดว่ามันเป็นเกมส์ของเด็กผู้ชาย จะเอาคนแก่ ๆ อย่างพ่อไปเล่นด้วยก็คงไม่สนุก สุดท้ายพ่อก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเป็นห่วงลูกที่ต้องกลับบ้านดึก พ่อเคยผ่านชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อในวัยนั้นมาแล้ว จึงต้องเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา แต่ลูกพ่อก็นำชีวิตโลดแล่นผ่านจุดนั้นมาได้อย่างสวยงาม
พ่ออยากบอกว่าพ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะอ้น ใน อดีตนั้นพ่อเคยมีโอกาสจะพูดหลายครั้งว่าพ่อรักอ้น และพ่อภูมิใจที่ได้มีลูกชายที่เป็นคนดีมีความสามารถอย่างลูกอ้น แต่พ่อก็พูดไม่ออก คงเป็นเพราะพ่อเป็น ผู้ชายมั้ง เวลาจะพูดอะไรซึ้ง ๆ สักหน่อยก็ดูเคอะเขินเสียเหลือเกิน การได้สื่อสารกันอย่างไร้เสียง เช่นการเล่นซ่อนหาการ์ดอวยพรนั้น มันก็ดูเป็นผู้ชายดี แม้มันจะไม่ช่วยให้เราเข้าใจตรงกันก็ตาม
พ่อ ไม่โกรธลูกที่ลูกไม่เคยบอกพ่อด้วยคำพูดว่ารักพ่อ เพราะพ่อก็เข้าใจว่าลูกก็เป็นผู้ชาย จะพูดซึ้ง ๆ ก็ไม่เป็น ดังนั้นทุกครั้งที่พ่ออยากรู้ว่าอ้นยังรักพ่ออยู่หรือเปล่า พ่อก็จะตามหาการ์ดใบนั้นมาดู และมันก็ทำให้พ่อสดชื่นขึ้นเสมอ อ้นลูกรัก พ่ออยากจะสอนลูกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ถึงแม้ลูกจะเป็นผู้ชายอกสามศอกก็อย่าอายที่ จะบอกกับลูกของอ้นว่าอ้นรักเขามากเพียงใด อย่าทำผิดเหมือนอย่างพ่อ มีอะไรก็เอาแต่เก็บเอาไว้ไม่ยอมพูด
จดหมาย ฉบับนี้พ่อเขียนที่โรงพยาบาลหลังจากที่ได้รับทราบจากคุณหมอว่า ชีวิตของพ่อเหลืออีกไม่นานแล้ว พ่อสั่งให้แม่แนบจดหมายนี้ไว้กับการ์ดอวยพรของลูกและเก็บไว้ในลิ้นชักเดิม ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าลูกมาเปิดดูลิ้นชักนี้ก็จะได้อ่านจดหมายด้วย ถึงแม้จะสายเกินไปแล้วแต่พ่อก็อยากจะบอกกับอ้นว่า พ่อรักอ้นนะลูก และพ่อภูมิใจในตัวอ้นมากด้วย

                            จากพ่อ...ชายผู้ไม่พูด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทความที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค เเละ การหาจังหวะเข้าทำกำไร