งาน
เสริมทำที่บ้าน, หางานเสริม รับมาทำที่บ้าน งานพิเศษ เสาร์อาทิตย์
ทำงานหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน ,อาชีพเสริม ,รายได้เสริม ,งานเสริม part
time ,งานเสริม อาชีพ เสริม หลัง เลิก งาน รายได้เสริม
รายได้เสริมหลังเลิกงาน
สัมภาษณ์
จาก "สนุกคลาสซิฟาย" สู่ "ดีลฟิช" เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ล่าสุดกับชื่อใหม่เอี่ยม
"OLX.co.th" โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือ
การเป็นพื้นที่กลางบนโลกออนไลน์สำหรับให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายใช้บริการฟรี และน่าจะเป็นเว็บแรก ๆ
ที่ทุ่มเงินไปกับการโปรโมตเว็บไซต์แบบปูพรมครบเครื่องทั้งสื่อใหม่สื่อเก่าครบเครื่อง (ทั้งออนไลน์,
โทรทัศน์ และวิทยุ) เต็มรูปแบบ ชนิดที่ไม่เคยมีเว็บไหนในบ้านเราทำมาก่อน สัมภาษณ์
เรียกว่า "ใจถึง-เงินถึง" และ "ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้มีโอกาสพูดคุยกับ "ทิวา ยอร์ค" ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ และตำแหน่งในนามบัตรของเขา คือ Head Coach ของ OLX ดังต่อไปนี้
- เพิ่งมีการรีแบรนด์อีกครั้ง
OLX มีใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก แต่ในประเทศไทยเพิ่งเปลี่ยนเป็นกลุ่มท้าย ๆ แล้ว บริษัทแม่ Naspers ต้องการให้เป็นโกลบอลแบรนด์เพื่อสื่อสารกับตลาดได้ง่ายขึ้น แต่ให้ OLX ในแต่ละประเทศยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างในไทย กลุ่มพระเครื่องได้รับความนิยมมาก ทีมงานในไทยพัฒนาระบบเอง มีคนประกาศขายอยู่ 5 ล้านราย มีคนเข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 400% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เทียบประเทศอื่น แหล่งซื้อขายแบบนี้จะเข้าถึง 80-90% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศนั้น ๆ เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน และติด 1 ใน 5 ของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในประเทศนั้น แต่ในบ้านเรา OLX อยู่อันดับ 10 แต่เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มออนไลน์มาร์เก็ตเพลส
- ไม่ใช่อีมาร์เก็ตเพลส
คอนเซ็ปต์ของเราคือ Local Commerce โมเดลแบบนี้ในต่างประเทศเวิร์ก และทำประโยชน์ให้คนไทยด้วยเน้นเป็นพื้นที่ขายสินค้ามือ 2, สินค้าแฮนด์เมด และของหายาก เป็นตลาดเฉพาะที่เน้นการนำสิ่งของรอบตัวมาขาย เป้าหมายคือให้คนไทย 1 คน เข้ามาขายของบน OLX อย่างน้อย 1 ชิ้น โอกาสที่จะขายได้ขึ้นอยู่กับสินค้า ถ้าเอารถมาประกาศขายภายใน 10 วันแล้วยังขายไม่ได้แสดงว่า ตั้งราคาไม่ OK
เราไม่ต้องการขยับเป็นอีมาร์เก็ตเพลส แม้ว่าอาจจะทำให้หารายได้ได้มากกว่า เพราะโมเดลการหารายได้ของ OLX ในต่างประเทศพิสูจน์มาแล้วว่าทำรายได้ดีเหมือนกัน และเราก็เชื่อว่า เราอยากทำในสิ่งที่ทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น สามารถมีพื้นที่มีแหล่งขายของใกล้ตัวได้ สร้างพื้นที่ตรงกลางให้คนเอาของที่ไม่ได้ใช้มาขายได้
อีมาร์เก็ตเพลสทั่ว ๆ ไปจะเป็น B2C คือ บิสซิเนสไปยังคอนซูเมอร์ แต่ละรายถ้าเปิดร้านขายแล้วก็จะไปกระจายประกาศขายในทุกที่ สุดท้ายก็แข่งที่ราคา คนผลิตสินค้าแฮนด์เมดไปสู้ที่ราคาไม่ได้ แต่กลุ่มนี้มาลงที่ OLX ได้ คือเราเน้นที่ C2C ไม่ใช่ B2C ของที่แปลกที่สุดที่มีการนำมาประกาศขาย มีตั้งแต่รกแมว, บริการจัดงานศพให้สัตว์เลี้ยง ของที่ประกาศขายแล้วมีคนซื้อเร็วที่สุด คือกระเป๋ามือสอง แค่ 25 นาที
- รายได้ของเว็บจะมาจาก
รายได้จากการขายพื้นที่ในตำแหน่งพิเศษ และโฆษณา OLX ประเทศอื่นอาจใช้เวลา 4-6 ปี ถึงจะมีรายได้ ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในการขายของมือสองอย่างไร อย่างในอเมริกามี Garage Sale เอาของไม่ใช้มาวางขายหน้าบ้านเลย แต่คนไทยไม่มีแบบนี้ อาจมีแค่บางกลุ่มที่เอาของไปเปิดท้ายขาย OLX จะช่วยทำให้การขายแบบนี้ง่ายขึ้น ความท้าทายของเราคือ ต้องทำให้เขาลุกขึ้นมาขายของชิ้นแรกให้ได้ก่อน คนไทยจะกังวลว่า ของแบบนี้จะขายได้หรือ พอเริ่มขายได้ชิ้นแรกจะเริ่มค้นหาของมาขายต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ
- ในไทยจะเริ่มมีรายได้เมื่อไหร่
จากฐานลูกค้า ณ เวลานี้ หากจะเปิดหารายได้เลยก็ทำได้ แต่จะไม่เพิ่ม value ให้ผู้ใช้ของเราจึงโฟกัสไปที่การสร้างระบบใช้งานให้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้นดีกว่า ถ้าฐานแน่นแล้วก็จะสามารถเพิ่มส่วนที่หารายได้เข้าไปทีหลังได้ ยังไม่มีแผนว่าจะเริ่มเมื่อใด หรือต้องถึงจุดไหนก่อนถึงจะเริ่มหารายได้
ตั้งแต่เปิดเมื่อ 20 ก.ย. 2554 มีคนถามเราตลอด แต่ไม่เห็นถามคำถามนี้กับ IG (อินสตาแกรม) เลย โมเดล OLX อาจแปลกสำหรับคนไทย แต่เป็นเรื่องปกติในต่างประเทศ แนวคิดของคนไทยคือ ลงทุนแบบนี้เมื่อไรจะมีรายได้เข้ามา ทั้งที่อินสตาแกรมยังไม่มีรายได้สักสลึง เฟซบุ๊กกว่าจะมีรายได้ ก็ 4 ปีไปแล้ว กูเกิลใช้เวลา 6 ปี
ฉะนั้นรายได้ไม่สำคัญเท่าจะทำบริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้ ตอนนี้ถือเป็นช่วงการลงทุน เพื่อให้ได้สเกลผู้ใช้ก่อน
แล้วที่คนสงสัยว่า OLX จะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีรายได้ เรามีแหล่งทุนจาก Naspers ที่เป็นบริษัทแม่ซึ่งเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่เคปทาวน์ คนไทยอาจไม่คุ้นชื่อ Naspers บริษัทที่ถือใน MWeb ถือในเทนเซ็นต์ของจีน
- เป็นโมเดลธุรกิจแบบใหม่
เชื่อว่าจะได้เห็นโมเดลแบบนี้ในไทยมากขึ้น จากบรรดาสตาร์ตอัพในไทยที่มากขึ้น หลังเริ่มมีสตาร์ตอัพรุ่นใหม่เมื่อ 2 ปีก่อนที่จะเริ่มตั้งบริษัทแล้ววิ่งออกไปนายทุนข้างนอกมากขึ้น ถ้ามองไปในประเทศที่อยู่รอบข้างเรา อย่างเวียดนาม นักลงทุนต่างประเทศเข้าไปเยอะมาก ตอนนี้กระโดดมาที่อินโดนีเซียแทน จากที่เมื่อ 5 ปีก่อนแทบหาคนที่ทำงานในแวดวงอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย ตอนนี้มีเยอะแยะ กลับมามองที่ไทยต้องบอกว่า เงียบมากนักลงทุนไม่กล้าเข้ามา ปัญหา Eco System ของเราเองที่มีสตาร์ตอัพน้อยมาก มีนักลงทุนสนใจอยากเข้ามา แต่หาบริษัทจะลงทุนด้วยไม่ได้
- ปัญหาสตาร์ตอัพไทย
สตาร์ตอัพบ้านเรา คือคนรุ่นใหม่ยังไม่ค่อยก้าวเข้ามาในวงการนี้ และยังไม่สลัดแนวคิด สไตล์การทำงานแบบเดิม ๆ ว่าถ้าตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วต้องเป็นของฉัน
ยังยึดติดว่าธุรกิจของฉัน ๆ ต้องควบคุมมันได้ทุกอย่าง แต่ถ้าคุณต้องการให้บริษัทเติบโต ต้องการผู้ร่วมทุนก็ต้องยอมที่จะขายหุ้นบางส่วนออกไป
สตาร์ตอัพในต่างประเทศไม่สนใจเรื่องอำนาจบริหารอำนาจการควบคุมกิจการ กิจการ เหมือน Baby ที่ต้องการให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ที่สำคัญคือ สถานการณ์การเมืองไทยทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยในการลงทุน ถ้าเทียบกับข้างบ้านเรา อินโดนีเซีย การเมืองนิ่งมานานก็จะกล้าลงทุนมากขึ้น
- Naspers ยังลงทุนในไทย
ลงทุนในไทยมานาน และเชื่อมั่นตลาดไทย ที่ผ่านมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาใต้ ยุโรปตะวันออก
- ความท้าทายในตลาดไทย
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ต้องบอกว่าเรามี 2 ประเทศ ในประเทศเดียว คือ มีประเทศกรุงเทพฯกับประเทศต่างจังหวัด ซึ่งผู้บริโภคมีพฤติกรรมต่างกันเลย
เรามีทราฟฟิกมาจากกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดอย่างละครึ่ง ผู้บริโภคในกรุงเทพฯออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนแต่อัตราการเติบโตของทราฟฟิกที่มาจากต่างจังหวัดก็เยอะมาก
เป้าหมายในการทำตลาดของเรา คงเน้นให้มีลูกค้ากระจายไปทั่ว ๆ ตามสัดส่วนของประชากรทั้งประเทศ ให้ไปถึงชีวิตคนไทยจริง ๆ ทราฟฟิกของเราตอนนี้
อันดับ 1 คือ กรุงเทพฯและปริมณฑล เชียงใหม่ โคราช อยุธยา สงขลา ระยอง
ช่องทางใช้งานก็เปลี่ยนไปจากยอดผู้ใช้ผ่านโมบายที่มีราว 18% ปีที่แล้ว ตอนนี้เพิ่มเป็น 51% ก้าวกระโดดไปไกลเกินกว่าจะคาดเดาได้ จริง ๆ สถิติที่เห็นในตลาดโลก
พบว่า การเข้าเว็บผ่านโมบายจะแซงหน้าพีซีเกือบทุกเว็บในครึ่งปีแรกของปีนี้
อัตราการเติบโตของคนเข้าเว็บ OLX ถ้าจะไปได้เร็วพร้อมการเพิ่มขึ้นของอัตราคนใช้เน็ตในไทย ขณะนี้คนเข้า OLX ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประชากรคนใช้เน็ต ปีที่แล้วเพิ่ม 400% ตอนนี้ไม่สามารถคาดเดาได้จากที่ใช้ผ่านโมบาย 51% สิ้นปีถึง 70%
- ปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือ
ต้องพัฒนาหน้าเว็บกับแอปพลิเคชั่นให้รับกับแต่ละอุปกรณ์ ต้องแยกชัดเจนว่าสำหรับเดสก์ทอป โมบาย แท็บเลต ปีนี้จะมีแอปสำหรับแท็บเลตโดยเฉพาะ เพราะถึงเป็นสมาร์ทดีไวซ์เหมือนกัน แต่การใช้งานไม่เหมือนกัน โมบายอยู่ติดกับตัวตลอด หน้าจอเล็ก วิธีการใช้ก็แบบหนึ่ง ถ้าเป็นแท็บเลตการใช้ส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านค่อย ๆ เปิดดูไปเรื่อยๆ หน้าจอใหญ่กว่าการนำทางไปยังจุดเชื่อมต่ออื่นง่ายกว่าโมบายที่จอเล็กกว่า
และจะปูพรมโฆษณาออนไลน์กับทีวีซีนไปให้ทั่วแล้วส่งทีมงานเข้าไปลง พื้นที่ตั้งบูทตามต่างจังหวัดเพื่อคุยกับลูกค้าฟังฟีดแบ็กและให้ลูกค้าได้ ทดลองใช้ เป็นกิจกรรมที่เพิ่งเริ่มทำในปีนี้ ตั้งใจว่าจะไปให้ถึง 10 จังหวัด แต่คงไม่ถึงขั้นจัด Workshop เพราะไม่ได้เน้นนักขายมืออาชีพ แต่ต้องการให้ทุกคนลุกขึ้นมาขายบน OLX ได้
เป้าหมายคือ ใช้งานให้ง่ายที่สุด
อาม่าเปิดหาซื้อของได้ กดถ่ายรูปส่งของมาวางขายได้เองลูกหลานไม่ต้องช่วย นั่นแสดงว่า เราใช่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น
- ปัญหาเศรษฐกิจมีผลกระทบ
เท่าที่เจอมาทั่วโลก ยิ่งเศรษฐกิจแย่ คนยิ่งอยากปล่อยของในบ้านออกมา ส่วนมูลค่าตลาดซื้อขายออนไลน์ในไทยประเมินได้ยาก
ในส่วนอีคลาสซิฟาย OLX มีมาร์เก็ตแชร์ 90% ลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มวัยที่เริ่มมีสมบัติและต้องการพื้นที่แลกเปลี่ยนของ คู่แข่งมีบ้างแต่ไม่ค่อยได้สนใจที่สนใจมากกว่าคือการสร้างบริการให้ตรงใจ พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาได้ล่วงหน้าถ้าใครคิดได้ก่อนจะ รวยก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น